Intermediary

ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะที่ 5 (พ.ศ.2525-2529) ได้มีการวางแผน การใช้การพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิตและการส่งออกของประเทศ โดยเฉพาะเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นให้ประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้ทรัพยากรประเภทแร่และวัตถุดิบประเภทต่างๆ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้มีการจัดตั้งสถาบันเฉพาะทางด้านโลหะและวัสดุขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2529 สำหรับเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนากรรมวิธีที่เหมาะสมในการแปรรูปแร่และวัตถุดิบอื่นๆให้เป็นวัสดุสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูปในลักษณะของโลหะ, เซรามิก, พอลิเมอร์และวัสดุเส้นใย เพื่อเพิ่มพูนมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้สูงขึ้น อุตสาหกรรมโลหะและวัสดุเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ และเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมการผลิตแขนงอื่นๆ อาทิเช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี, อุตสาหกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมก่อสร้าง, อุตสาหกรรมรถยนต์ และอื่นๆ เป็นต้น

จากความสำคัญดังกล่าวทำให้ทางรัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณหลายพันล้านบาท ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาทั้งในแง่ให้เงินสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการสร้างกำลังคนทางด้านนี้จำนวนมากมาย อันจะส่งเสริมให้การพัฒนาทางด้านโลหะและวัสดุ ของประเทศมีความก้าวหน้าต่อไป สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด

ปัจจุบันนับได้ว่าเป็นสถาบันที่มีความพร้อมที่สุดแห่งหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งในแง่ของอาคารสถานที่, อุปกรณ์, เครื่องมือวิจัยและบุคลากรมีอย่างเพียงพอ ใน การดำเนินงานวิจัยสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ และการบริการวิชาการได้อย่าง มี ประสิทธิภาพ

นอกจากนี้สถาบันยังมีความร่วมมือกับภาคเอกชนในการให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมในโรงงาน อีกทั้งให้คำแนะนำการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมต่อการผลิตและการดัดแปลงที่เหมาะสมต่อการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามาประยุกต์ใช้นับได้ว่าสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุมีบทบาทสำคัญในการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมการผลิตวัสดุอุตสาหกรรมขึ้นภายในประเทศได้อย่างมากมาย

ความเชี่ยวชาญ จุดเด่น และ ผลงาน

สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุเป็นหน่วยงานที่วิจัยการแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นวัสดุสำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูปของโลหะ เซรามิก และพอลิเมอร์ ซึ่งรวมถึงวัสดุเส้นใย เพื่อเพิ่มพูนมูลค่าทรัพยากรในประเทศและดำเนินการวิจัยและพัฒนา โดยคำนึงถึงผลในการนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ตลอดจนการพัฒนาวัสดุและผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก นอกจากนี้ยังนำผลพลอยได้หรือของเสียของโรงงานอุตสาหกรรมมาพัฒนาเป็นวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้อีก

นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังรสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและภาคเอกชนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาด้านวิศวกรรมในโรงงานตลอดจนให้คำแนะนำการเลือกวัสดุอุตสาหกรรมจากทรัพยากรธรรมชาติในประเทศให้ได้ผลทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์