องค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในการกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขหลังจากที่ได้ประสบความสำเร็จในการผลิตยาแผนปัจจุบันมาแล้ว ได้ทำการวิจัยและพัฒนาสมุนไพร เพื่อใช้เป็นยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างต่อเนื่อง และขยายผลการวิจัยและพัฒนาไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรเชิงอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยี และกรรมวิธีผลิตที่ดี (GMP) และระบบคุณภาพ ISO 9001 รวมทั้งมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ
อย่างไรก็ดีปริมาณการผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ดังนั้นปี พ.ศ. 2538 องค์การเภสัชกรรมจึงได้สนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมสมุนไพรไทยให้แพร่หลายยิ่งขึ้น โดยการร่วมทุนกับภาคเอกชนเพื่อจัดตั้งเป็น บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด พร้อมกับก่อสร้างโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากองค์การเภสัชกรรม ซึ่งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542 โรงงานสามารถผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้และมีแผนการเพิ่มการผลิตให้มากขึ้นตามความต้องการของตลาดในอนาคต ผลิตภัณฑ์ทุกรายการได้รับการควบคุมและรับรองคุณภาพโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรมในระดับที่คล้ายคลึงกับการผลิต และควบคุมคุณภาพยาแผนปัจจุบัน
ความเชี่ยวชาญ จุดเด่น และ ผลงาน
ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดยองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากองค์การเภสัชกรรมจนสามารถผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้และมีแผนการเพิ่มการผลิตให้มากขึ้นตามความต้องการของตลาดซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกรายการได้รับการควบคุมและรับรองคุณภาพ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรมในระดับที่คล้ายคลึงกับการผลิต และควบคุมคุณภาพยาแผนปัจจุบัน โดยประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร จำหน่ายให้ทั้ง B2B และ B2C จำหน่ายผ่านองค์การเภสัชกรรมในโรงพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศ, บูธจำหน่ายในโรงพยาบาล, ร้านค้า, Modern Trade, ร้านขายยาทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์ ซึ่งมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ในนาม THAI HERB, PHYTO CARE และ PHYTO GOLD
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง


